ประวัติมหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก


       มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของคริสตจักร เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดตั้งภายใต้มูลนิธิคริสเตียนเมดิคอลของเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศลด้านการศึกษา การแพทย์ การศาสนา การพัฒนาชุมชน และอื่นๆ โดยมิได้มุ่งหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกันเพื่อคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมหลายอย่างที่ได้กระทำตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ เช่น การสงเคราะห์ทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส การร่วมกิจกรรมของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท การพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษแก่เด็กและเยาวชนในท้องถิ่น การให้บริการทางด้านวิชาการแก่ชุมชน สถาบันการศึกษา สถานบริการสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น

มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิกพัฒนามาจากโรงเรียนพยาบาลโรงพยาบาลมิชชั่น ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมิชชันนารีคณะเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูและการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชน โดยจัดตั้งโรงพยาบาล สถานีอนามัย โรงเรียนพยาบาลขึ้นทั่วไปในประเทศต่างๆ

ในปี พ.ศ. 2480 นายแพทย์ ราฟ เอฟ วอดแดล และภรรยาได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงพยาบาลมิชชั่นในประเทศไทย ซึ่งเปิดทำการครั้งแรกที่ห้าแยกพลับพลาไชย ภายหลังได้ย้ายมายังเลขที่ 430 ถนนพิษณุโลก กรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2484 โรงพยาบาลมิชชั่นได้ขออนุญาตเปิดโรงเรียนพยาบาลเพื่อผลิตพยาบาลสำหรับให้บริการแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลมิชชั่น แต่เปิดสอนได้ไม่นานก็ต้องปิดลงเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2

ปี พ.ศ. 2490 โรงเรียนพยาบาลโรงพยาบาลมิชชั่น ได้เปิดทำการสอนอีกครั้ง ณ เลขที่ 430 ถนนพิษณุโลก กรุงเทพฯ ซึ่งอยู๋ในบริเวณเดียวกันกับโรงพยาบาลมิชชั่น ตลอดเวลาที่เปิดดำเนินการโรงเรียนพยาบาลฯ ได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัย สอดคล้องกับหลักสูตรมาตรฐานของกองการพยาบาล กระทรวงสาธารณาสุขอยู่เสมอ

ปี พ.ศ. 2508 ทำการปรับปรุงหลักสูตรอีกครั้ง โดยแยกหลักสูตรการพยาบาลออกจากวิชาการผดุงครรภ์ ระยะเวลา 3 ปีและ 6 เดือนตามลำดับ อีกทั้งได้เพิ่มคุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษาจากเดิม คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ปี พ.ศ. 2529 โรงเรียนพยาบาลโรงพยาบาลมิชชั่น ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2529 ให้จัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในนาม “วิทยาลัยมิชชัน” จัดตั้งภายใต้มูลนิธิคริสเตียนเมดิคอลของเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส โดยเปิดดำเนินการคณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะแรก และจัดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี พยาบาลศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ เป็นหลักสูตรแรก

ปีการศึกษา 2533 วิทยาลัยมิชชันได้รับอนุญาตให้จัดตั้งวิทยาเขตขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาแก่เยาวชนในส่วนภูมิภาคโดยจัดการเรียนการสอนในคณะบริหารธุรกิจ 2 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาการบัญชีและสาขาวิชาการจัดการ และอีก 1 ภาควิชาอิสระในสาขาวิชาภาษาอังกฤษ

ปี พ.ศ. 2540 วิทยาลัยเซ้าท์อีสเอเชียยูเนียน (Southeast Asia Union College) สถาบันอุดมศึกษาในเครือเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ณ ประเทศสิงคโปร์ ย้ายมารวมกับวิทยาลัยมิชชัน วิทยาเขตมวกเหล็ก ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อให้เป็นวิทยาลัยนานาชาติในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็น Living Learning Center คือ มีโรงเรียน บ้าน และวัด อยู่ในบริเวณเดียวกัน

อนุสาวรีย์ที่แสดงถึงการรวมตัวกันของสามสถาบัน

ปีการศึกษา 2542 คณะบริหารธุรกิจเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ 3 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการประกอบการธุรกิจ และสาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ต่อมาสาขาวิชาการประกอบการธุรกิจได้เปลี่ยนชื่อเป็น สาขาวิชาการประกอบการธุรกิจและการจัดการ ในปีเดียวกันนี้ได้จัดตั้งคณะต่างๆ ขึ้นอีก 3 คณะคือ

1. คณะวิทยาศาสตร์ เปิดสอนสาขาวิชาชีววิทยาและสาขาวิชาคณิตศาสตร์ 2. คณะศาสนศึกษา เปิดสอนสาขาวิชาคริสต์ศาสนศึกษา 3. คณะศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เปิดสอนสาขาวิชาภาษาอังกฤษ และสาขาวิชาจิตวิทยาและการศึกษา และได้ยกฐานะภาควิชาอิสระ สาขาวิชาภาษาอังกฤษของหลักสูตรไทย มาอยู่ภายใต้คณะนี้

เนื่องจากคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้สมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ ต้องมีความรู้และทักษะทางด้านภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ดังนั้นในปี พ.ศ. 2542 วิทยาลัยได้จัดการสอนวิชาภาษาอังกฤษ (English as a Second Language) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษาให้กับนักศึกษาที่ประสงค์จะเรียนหลักสูตรนานาชาติและบุคคลทั่วไปที่สนใจพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ

ปี พ.ศ. 2547 เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครูให้กับผู้ประกอบวิชาชีพครู เพื่อเพิ่มทักษะ ความสามารถในการสอน และให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

ปี พ.ศ. 2548 เปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษา 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรในด้านนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยวิทยาลัยได้รับความร่วมมือทางวิชาการและบุคลากร จากวิทยาลัยอวอนเดล (Avondale College) ประเทศออสเตรเลีย

ปีการศึกษา 2549 ได้จัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์และจิตวิทยา และได้ย้ายสาขาวิชาจิตวิทยาและการศึกษา มาอยู่ภายใต้การดูแลของคณะนี้

ปีการศึกษา 2550 ได้รับอนุมัติให้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอน และหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอน (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2550) ทุกหลักสูตรได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาอย่างไม่มีเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2552 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวง ศึกษาธิการ ได้อนุมัติให้วิทยาลัยมิชชันเปลี่ยนชื่อและประเภทเป็นมหาวิทยาลัย โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก (ม.น.อ.) ชื่อภาษาอังกฤษว่า Asia-Pacific International University (A.I.U.)

เครื่องหมาย ตราสัญลักษณ์และสีประจำมหาวิทยาลัย

เครื่องหมายและตราสัญลักษณ์

เครื่องหมาย ที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ใช้กับเครื่องแบบนักศึกษา และใช้เป็นตราสัญลักษณ์ในโอกาสและวาระต่างๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัย เครื่องหมายของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยแถบวงกลมสีน้ำเงินด้านบนขนาด 3/4 ของวงกลม มีชื่อมหาวิทยาลัยเป็นภาษาอังกฤษและตัวเลข 1947 เป็นตัวอักษรสีขาว ส่วนของวงกลมด้านขวาล่างขนาด 1/4 ของวงกลม ไม่มีขอบ ครึ่งล่างภายในวงกลมมีเส้นขนานเป็นริ้วสีฟ้า ตรงกึ่งกลางวงกลมมีโล่ขอบดำ ภายในโล่มีรูปเปลวไฟ หัวนกพิราบ และหนังสือที่กางออก กึ่งกลางหนังสือมีอักษรภาษาละติน SAPIENTA VITAM TRIBUUNT

ตราสัญลักษณ์

ความหมายและเครื่องหมายมหาวิทยาลัย

1. แถบวงกลมสีน้ำเงิน คือ สัญลักษณ์ของลูกโลกและความเป็นนานาชาติของ มหาวิทยาลัย

2. เส้นริ้วสีฟ้าบริเวณครึ่งล่างภายในวงกลม หมายถึง สายน้ำที่มีอยู่ทั่วไปในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก น้ำยังหมายถึงสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนหลากหลายเชื้อชาติและ วัฒนธรรมที่ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แต่ยังพึ่งพาซึ่งกันและกัน

3. โล่ขอบดำภายในวงกลม หมายถึง หลักจริยธรรม คุณธรรมอันมีคุณค่า เป็นกรอบของ การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องดีงาม นำพาให้เกิดความเป็นมงคล และความผาสุขในชีวิต

4. เปลวไฟ นกพิราบ และหนังสือ

  • • เปลวไฟ หมายถึง แสงสว่างแห่งคุณธรรมและปัญญาอันเกิดจากการศึกษา ที่สร้างคนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ เปลวไฟยังเป็นสัญลักษณ์ของตะเกียง โบราณที่ให้แสงสว่างแห่งความหวังแก่มวลมนุษยชาติ

  • • นกพิราบ หมายถึง สัญลักษณ์ของความสันติสุขและเสรีภาพ

  • • หนังสือ หมายถึง การศึกษาที่ช่วยให้คนได้พัฒนาในทุกมิติของชีวิต ให้มี คุณธรรมเป็นฐานของชีวิต ให้รู้จักตนเองและผู้อื่น ยอมรับในความแตกต่าง ของบุคคลได้อย่างกว้างขวาง และสามารถอาศัยอยู่ท่ามกลางความแตกต่างได้อย่างสันติ ในขณะเดียวกันยังรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความมีเสรีภาพ ในตนเองได้ ในหนังสือที่กางออกมีตัวสัญลักษณ์ภาษาละติน SAPIENTA VITAM TRIBUUNT หมายถึง ปัญญานำพาชีวิต

  • • ตัวเลข 1947 หมายถึง ปีคริสตศักราชที่โรงเรียนพยาบาลโรงพยาบาลมิชชั่นในกำกับกระทรวงสาธารณสุขได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นวิทยาลัยมิชชันและมหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก ตามลำดับ

ความหมายโดยรวม มหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก ให้ความสำคัญกับการศึกษาที่ไม่ได้เน้นเฉพาะทางด้านวิชาการและทักษะแต่เพียงด้านเดียว แต่เน้นการสร้างคุณลักษณะที่ดีของชีวิต (Character) และการสร้างภูมิปัญญา (Wisdom) ควบคู่ไปด้วยกัน คือให้ผู้เรียนได้พัฒนาในทุกมิติของชีวิต โดยมีคุณธรรมเป็นฐานของชีวิต สามารถบูรณาการเอาความรู้และทักษะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อหน้าที่การงาน ต่อสังคม และสามารถนำเอาหลักคุณธรรม จริยธรรมมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต การศึกษาจะช่วยให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่น และยอมรับในความแตกต่างของบุคคลอื่นได้อย่างกว้างขวาง และสามารถอาศัยอยู่ท่ามกลางความแตกต่างได้อย่างมีสันติสุข ในขณะเดียวกันยังคงรักษาไว้ซึ่งความมีเสรีภาพและเอกลักษณ์ของตนเอง

สีประจำมหาวิทยาลัย

สีประจำมหาวิทยาลัยคือ สีเหลืองและสีน้ำเงิน ซึ่งมีความหมายดังนี้

1. สีเหลือง หมายถึง ทองคำที่ได้ผ่านการหลอมจนเป็นสีเหลืองสุกปลั่ง เปรียบเสมือนจิตใจที่ได้ผ่านการขัดเกลาให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นคนที่กอร์ปด้วยคุณธรรม จริยธรรม เข้มแข็ง อดทน กล้าหาญ มีใจเมตตา มีคุณค่า และมีความสุข

2. สีน้ำเงิน หมายถึง ความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ มหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ในประเทศไทย ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เข้ามาพึ่งในพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมีความสงบสุข โดยหัวใจทุกดวงต่างแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเปี่ยมล้น